รักษาแผลเป็นนูนและคีลอยด์ ฉีดยา เลเซอร์ ซิลิโคน หรือผ่าตัดร่วมฉีดยา
แผลเป็นนูนและคีลอยด์เกิดจากคอลลาเจนที่สร้างมากเกินระหว่างแผลหาย รักษาให้แบน นิ่ม และสีจางลงได้ด้วยการฉีดยาเข้าแผล เลเซอร์ และแผ่นซิลิโคน ส่วนการผ่าตัดใช้เฉพาะกรณีที่จำเป็นและต้องทำร่วมกับการฉีดยาเสมอ
แผลเป็นนูน กับ คีลอยด์ ต่างกันอย่างไร
แผลเป็นนูน (hypertrophic scar) นูนแดงภายในขอบแผลเดิม มักเกิดใน 1–2 เดือนหลังแผลหาย และค่อยๆ แบนลงเองใน 1–2 ปี ส่วนคีลอยด์ (keloid) ลามเกินขอบแผลเดิม โตต่อเนื่องได้หลายปี มักคัน เจ็บ และไม่ยุบเอง พบบ่อยที่ติ่งหู หน้าอก ไหล่ หลังส่วนบน และกราม เกิดได้แม้จากสิวหรือเจาะหู การแยกสองชนิดนี้สำคัญ เพราะคีลอยด์ที่ผ่าตัดอย่างเดียวจะกลับมาโตกว่าเดิมใน 50–80% ของราย หมอเก๋ซึ่งเป็นแพทย์ผิวหนังจะประเมินชนิด อายุแผล และตำแหน่ง แล้ววางแผนที่มักใช้หลายวิธีร่วมกัน
วิธีรักษาที่คลินิก
| วิธี | ทำอย่างไร | ผลที่คาดได้ |
|---|---|---|
| ฉีดสเตียรอยด์เข้าแผล | ฉีด triamcinolone เข้าเนื้อแผลทุก 4–6 สัปดาห์ 3–6 ครั้ง อาจผสม 5-FU ในคีลอยด์ที่ดื้อ | แผลนิ่ม แบนลง หายคัน ผลข้างเคียงคือผิวบางหรือสีจางรอบแผล |
| เลเซอร์ | เลเซอร์หลอดเลือดลดความแดง หรือเลเซอร์แฟรกชันแนลปรับผิวให้เรียบและเปิดทางให้ยาซึม ทุก 4–8 สัปดาห์ | แดงลดลง ผิวเรียบขึ้น ใช้เสริมการฉีดยา |
| แผ่นหรือเจลซิลิโคน | แปะหรือทาวันละ 12–24 ชั่วโมง 2–6 เดือน เริ่มได้ทันทีที่แผลปิด | ลดนูนและแดงในแผลใหม่ และป้องกันในผู้ที่เป็นง่าย |
| ผ่าตัดร่วมฉีดยา | ตัดคีลอยด์ที่ใหญ่หรือเป็นก้อนห้อย แล้วฉีดสเตียรอยด์ทันทีและทุก 3–4 สัปดาห์ต่ออีก 3–6 เดือน พร้อมแผ่นซิลิโคน | ลดการกลับเป็นซ้ำเหลือราว 10–30% ไม่ผ่าตัดเดี่ยวๆ |
| แก้แผลเป็น (scar revision) | ตัดแผลเป็นกว้างหรือดึงรั้ง แล้วเย็บใหม่ตามแนวรอยพับผิว หรือย้ายทิศแผลด้วย Z-plasty | แผลเป็นเส้นบางกลืนกับผิว ต้องรอแผลเดิมอายุ 6–12 เดือน |
ใครควรมาปรึกษา
แผลผ่าตัดหรือแผลผ่าคลอดนูนแดง
เริ่มรักษาใน 3 เดือนแรกได้ผลดีกว่ารอ
ก้อนที่ติ่งหูหลังเจาะหู
คีลอยด์ที่พบบ่อยที่สุด มักต้องผ่าตัดร่วมฉีดยา
แผลสิวนูนที่หน้าอก ไหล่ กราม
ฉีดยาและเลเซอร์หลอดเลือด พร้อมคุมสิวไม่ให้เกิดใหม่
กำลังจะผ่าตัดและเคยเป็นคีลอยด์
วางแผนป้องกันตั้งแต่ก่อนผ่าตัด ลดความเสี่ยงได้มาก
ขั้นตอนการรักษาโดยทั่วไป
แผลเป็นไม่สามารถทำให้หายไปเหมือนไม่เคยมี เป้าหมายคือแบน นิ่ม ไม่คัน และสีใกล้ผิวปกติ การฉีดสเตียรอยด์อาจทำให้ผิวรอบแผลบางหรือสีจาง ซึ่งส่วนใหญ่ดีขึ้นเมื่อหยุดยา ผู้ที่ตั้งครรภ์ มีการติดเชื้อที่แผล หรือเบาหวานที่คุมไม่ได้ ควรแจ้งแพทย์ก่อน และผู้ที่เคยเป็นคีลอยด์ไม่ควรเจาะหู สัก หรือผ่าตัดเพื่อความงามโดยไม่ปรึกษาแพทย์
ป้องกันแผลเป็นนูนหลังผ่าตัดหรือบาดแผล
- ปิดแผลให้ชื้นพอเหมาะ ไม่ให้แผลตกสะเก็ดแห้งแตก
- เริ่มแผ่นหรือเจลซิลิโคนทันทีที่แผลปิด และใช้ต่อเนื่อง 2–3 เดือน
- เลี่ยงการดึงรั้งแผล เช่น ยกของหนัก ใน 4–6 สัปดาห์
- ทากันแดดบนแผลที่หายแล้ว 6–12 เดือน
- ถ้าเริ่มนูน แดง หรือคันหลังแผลหาย ให้มาพบแพทย์ภายใน 1–2 เดือน
คำถามที่พบบ่อย
ฉีดคีลอยด์เจ็บไหม ต้องฉีดกี่ครั้ง
เจ็บตึงขณะฉีดเพราะเนื้อแผลแน่น ใช้ครีมชาหรือยาชาเฉพาะที่ช่วยได้ ส่วนใหญ่ฉีด 3–6 ครั้ง ห่างกัน 4–6 สัปดาห์ แผลเล็กและใหม่ตอบสนองเร็วกว่า
ตัดคีลอยด์ออกเลยได้ไหม
ได้เฉพาะเมื่อทำร่วมกับการฉีดสเตียรอยด์และแผ่นซิลิโคนหลังผ่าตัดต่อเนื่องหลายเดือน ถ้าผ่าตัดอย่างเดียวโอกาสกลับมาโตกว่าเดิมสูงถึง 50–80% คลินิกจึงไม่รับผ่าตัดคีลอยด์โดยไม่มีแผนฉีดยาต่อ
แผลเป็นนูนจะหายไปเองไหม
แผลเป็นนูนชนิด hypertrophic ส่วนใหญ่แบนลงเองใน 1–2 ปี การรักษาช่วยให้เร็วขึ้นและลดอาการคัน ส่วนคีลอยด์ไม่ยุบเองและมักโตขึ้น จึงควรรักษา
แผลผ่าคลอดนูน รักษาตอนไหนดี
เริ่มได้ตั้งแต่แผลปิดดีราว 3–4 สัปดาห์ด้วยแผ่นซิลิโคน และฉีดยาได้เมื่อเริ่มนูน ซึ่งมักเป็นเดือนที่ 1–3 แจ้งแพทย์ด้วยหากกำลังให้นมบุตร เพราะยาที่ฉีดเข้าแผลโดยตรงปริมาณน้อยและส่วนใหญ่ใช้ได้