ฉีดไขมันตัวเอง

ฉีดไขมันตัวเอง NanoCells Fat Transfer เติมเต็มใบหน้าด้วยเซลล์ของคุณ

นำไขมันจากหน้าท้องหรือต้นขามาคัดแยกในระบบปิด PureGrafts แล้วฉีดเติมหน้าผาก ขมับ ใต้ตา ร่องแก้ม โหนกแก้ม คาง หรือริมฝีปาก ไขมันที่รอดจะอยู่กับคุณยาวนาน แต่อัตรารอดอยู่ที่ 30–80% จึงอาจต้องเติมครั้งที่สอง

กรามคางเซลล์ไขมัน
ภาพประกอบเชิงการแพทย์: ดูดไขมันจากหน้าท้อง คัดแยกในระบบปิด แล้วฉีดเป็นชั้นบางบนใบหน้า

ทำไมใช้ไขมันของตัวเอง

ไขมันเป็นสารเติมเต็มจากร่างกายคุณเอง จึงไม่มีปฏิกิริยาแพ้ และเซลล์ที่รอดจะมีหลอดเลือดมาเลี้ยงแล้วอยู่เป็นเนื้อเยื่อของคุณในระยะยาว เหมาะกับผู้ที่หน้าตอบจากอายุหรือลดน้ำหนัก ขมับหรือใต้ตาลึก ต้องการเติมหลายจุดในครั้งเดียว หรือไม่ต้องการฉีดสารสังเคราะห์ซ้ำทุกปี ระบบ NanoCells Fat Transfer – PureGrafts เป็นระบบปิดที่ไขมันถูกล้าง กรอง และคัดแยกในชุดอุปกรณ์ปลอดเชื้อโดยไม่สัมผัสอากาศ ช่วยรักษาเซลล์ให้สมบูรณ์กว่าการปั่นแยกแบบเปิด แต่อัตรารอดยังขึ้นกับการไหลเวียนเลือดที่ตำแหน่งรับ เทคนิคการฉีด และการดูแลหลังทำ จึงไม่มีใครบอกล่วงหน้าได้ว่าจะอยู่กี่เปอร์เซ็นต์

ขั้นตอน 3 ช่วงในวันทำ

ดูดไขมัน (harvest)ฉีดยาชาเฉพาะที่แบบ tumescent ที่หน้าท้องน้อยหรือต้นขาด้านใน ดูดไขมัน 30–100 ซีซี ผ่านรูเจาะ 3–4 มม.
คัดแยก (process)ไขมันผ่านระบบปิด PureGrafts เพื่อล้างเลือด น้ำมัน และยาชาออก คัดเก็บเฉพาะเซลล์ขนาดเล็กที่สมบูรณ์ ใช้เวลา 20–30 นาที
ฉีดเติม (inject)ฉีดด้วยเข็มปลายทู่เป็นเส้นบางหลายชั้นหลายทิศทาง เพื่อให้เซลล์แต่ละก้อนใกล้หลอดเลือดและรอดมากขึ้น
กลับบ้านปิดแผลเจาะเล็ก ใส่ผ้ารัด ใช้เวลารวม 2–3 ชั่วโมง ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล

ตำแหน่งที่ฉีดได้

หน้าผากและขมับ

เติมหน้าผากให้โค้งรับ และขมับที่ตอบจนเห็นขอบกระดูก

ใต้ตาและร่องน้ำตา

ฉีดชั้นบางมากเพื่อลดเงาคล้ำจากร่องลึก

โหนกแก้มและแก้มตอบ

คืนความอิ่มกลางหน้าให้ดูสดชื่น

ร่องแก้มและคาง

เติมฐานใต้ร่องให้ตื้นลง หรือเพิ่มความชัดของคางในผู้ที่ไม่ต้องการซิลิโคน

ริมฝีปากและหลังมือ

ความอิ่มที่ดูนุ่ม และหลังมือที่เห็นเส้นเลือดชัดจากอายุ

ฉีดไขมันตัวเอง เทียบกับฟิลเลอร์ HA

หัวข้อไขมันตัวเองฟิลเลอร์ HA
ที่มาเนื้อเยื่อของคุณเอง ไม่มีการแพ้สารสังเคราะห์ที่ขึ้นทะเบียน อย.
ความคงอยู่ส่วนที่รอด (30–80%) อยู่ได้หลายปี ส่วนที่เหลือสลายใน 3 เดือนแรก9–18 เดือน แล้วค่อยๆ สลาย
ความแม่นยำควบคุมปริมาณสุดท้ายยากกว่า อาจต้องเติมครั้งที่สองปรับได้ละเอียด เห็นรูปทรงขณะฉีด
การแก้ไขถ้าเกินต้องดูดออกหรือรอให้ยุบสลายได้ด้วยเอนไซม์ภายในวันเดียว
พักฟื้นบวมชัด 7–14 วัน มีแผลเจาะที่จุดดูดบวมเล็กน้อย 1–3 วัน

การเตรียมตัว

  • ตรวจเลือดพื้นฐานและความแข็งตัวของเลือด
  • หยุดแอสไพริน NSAIDs น้ำมันปลา วิตามินอี และสมุนไพรที่ทำให้เลือดออกง่าย 2 สัปดาห์
  • งดบุหรี่ 2–4 สัปดาห์ก่อนและหลังทำ เพราะนิโคตินลดอัตรารอดของเซลล์ไขมันชัดเจน
  • รักษาน้ำหนักให้คงที่ ไม่ควรกำลังลดน้ำหนัก

หลังทำและผลลัพธ์

วันที่ 1–3บวมมากและดูเกินจริงแพทย์ฉีดเผื่อส่วนที่จะสลาย ประคบเย็นเบาๆ ไม่กดนวด นอนหัวสูง
สัปดาห์ที่ 1–2บวมลด เขียวจางออกสังคมได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 ใส่ผ้ารัดบริเวณที่ดูดต่อ 1–2 สัปดาห์
สัปดาห์ที่ 2–4งดของแสลงและความร้อนงดแอลกอฮอล์ ของหมักดอง ซาวน่า และออกกำลังกายหนัก เพราะลดอัตรารอด
เดือนที่ 3ประเมินอัตรารอดส่วนที่เหลือคือผลระยะยาว แพทย์ถ่ายภาพเปรียบเทียบและพิจารณาเติมครั้งที่สอง
เดือนที่ 6 ขึ้นไปผลคงที่ไขมันที่รอดขึ้นลงตามน้ำหนักตัวเหมือนไขมันปกติ
ความเสี่ยงและสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์

ความเสี่ยงที่พบได้ ได้แก่ บวมเขียวนาน ก้อนไขมันแข็งหรือซีสต์น้ำมัน สองข้างไม่เท่ากัน รอดน้อยกว่าคาด ติดเชื้อ และพบน้อยมากแต่ร้ายแรงคือไขมันอุดหลอดเลือด ซึ่งลดความเสี่ยงด้วยเข็มปลายทู่และการฉีดช้าเป็นชั้นบาง รีบติดต่อคลินิกทันทีหากผิวบริเวณฉีดซีดขาวหรือคล้ำเป็นดวง ปวดรุนแรง มองเห็นผิดปกติ หรือมีไข้กับแผลแดงร้อน

ผลลัพธ์จากคนไข้ของเรา

บริการที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

ไขมันที่ฉีดอยู่ได้นานแค่ไหน

ส่วนที่รอดหลัง 3 เดือน ซึ่งโดยทั่วไป 30–80% จะอยู่กับคุณยาวนานเหมือนไขมันในร่างกาย แต่จะเปลี่ยนตามน้ำหนักและอายุ ส่วนที่ไม่รอดจะสลายไปในช่วง 3 เดือนแรก คลินิกจึงไม่สัญญาว่าจะติดเท่าใด

ต้องทำครั้งที่สองไหม

ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้รับบริการเลือกเติมครั้งที่สองหลัง 3–6 เดือน เมื่อเห็นแล้วว่าอัตรารอดของตนเองเป็นอย่างไร ครั้งที่สองมักใช้ปริมาณน้อยกว่าและบวมน้อยกว่า

ถ้าผอมมากไม่มีไขมันให้ดูดทำได้ไหม

ต้องการไขมันเพียง 30–100 ซีซี ซึ่งส่วนใหญ่หาได้จากหน้าท้องน้อยหรือต้นขาด้านในแม้ในคนผอม ถ้าผอมมากจริงแพทย์อาจแนะนำฟิลเลอร์ HA แทน

หน้าจะบวมนานแค่ไหน ลางานกี่วัน

บวมชัด 5–7 วัน และดูเกินจริงเล็กน้อยถึง 2 สัปดาห์ ส่วนใหญ่ลางาน 5–7 วัน หรือทำงานจากบ้านได้ตั้งแต่วันที่ 3

ปรึกษาแพทย์ฟรี ไม่มีข้อผูกมัดส่งคำถามทาง LINE ได้แบบส่วนตัว แพทย์จะแนะนำแนวทางที่เหมาะกับคุณที่สุด