ควบคุมน้ำหนัก

โปรแกรมควบคุมน้ำหนักโดยแพทย์ ประเมินครบ วางแผนอาหาร ยาเมื่อเข้าเกณฑ์

ลดน้ำหนักอย่างมีแผนภายใต้การดูแลของแพทย์ ตั้งแต่ตรวจองค์ประกอบร่างกายและเลือด วางแผนอาหารที่ทำได้จริง จนถึงยาฉีดกลุ่ม GLP-1 สำหรับผู้ที่เข้าเกณฑ์ ติดตามทุก 2–4 สัปดาห์ เป้าหมายคือลดไขมันโดยรักษากล้ามเนื้อ

ยีนผลเลือด
ภาพประกอบ: การประเมินก่อนเริ่มโปรแกรม ได้แก่ ดัชนีมวลกาย องค์ประกอบร่างกาย รอบเอว และผลเลือดด้านเมตาบอลิก

ทำไมต้องลดน้ำหนักกับแพทย์

น้ำหนักเกินส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องของความตั้งใจอย่างเดียว แต่เกี่ยวกับฮอร์โมนความหิว การนอน ความเครียด ยาที่ใช้ ภาวะดื้ออินซูลิน ไทรอยด์ และพันธุกรรม การอดอาหารเองมักทำให้เสียกล้ามเนื้อ เผาผลาญช้าลง และน้ำหนักกลับขึ้นเร็ว โปรแกรมของเราเริ่มจากหาว่าอะไรทำให้น้ำหนักคุณค้าง แล้ววางแผนที่เหมาะกับชีวิตจริง เป้าหมายที่เหมาะสมและคงอยู่ได้คือลดประมาณ 0.5–1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ หรือ 5–10% ของน้ำหนักตัวใน 3–6 เดือน ซึ่งเพียงพอให้ความดัน ไขมันในเลือด และน้ำตาลดีขึ้นอย่างมีความหมาย ยาเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่ง แพทย์ใช้เมื่อประเมินแล้วว่าประโยชน์คุ้มกับผลข้างเคียงและค่าใช้จ่าย

ขั้นตอนของโปรแกรม

ประเมินรอบแรก (60 นาที)ซักประวัติน้ำหนัก การกิน การนอน ยาที่ใช้ โรคประจำตัว วัด BMI รอบเอว องค์ประกอบร่างกาย (ไขมัน กล้ามเนื้อ น้ำ ไขมันในช่องท้อง) และตรวจเลือด: น้ำตาลสะสม HbA1c ไขมันในเลือด การทำงานของตับ ไต ไทรอยด์ และฮอร์โมนตามข้อบ่งชี้
วางแผนอาหารและการเคลื่อนไหวกำหนดพลังงานและโปรตีนต่อวันที่เหมาะกับคุณ ปรับจากอาหารที่กินอยู่จริง ไม่ใช่เมนูสำเร็จรูป พร้อมแผนกิจกรรมที่ทำได้
พิจารณายาเมื่อเข้าเกณฑ์ยาฉีดกลุ่ม GLP-1 สำหรับผู้ที่ BMI 30 ขึ้นไป หรือ 27 ขึ้นไปร่วมกับโรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง หยุดหายใจขณะหลับ แพทย์อธิบายวิธีใช้ ผลข้างเคียง และค่าใช้จ่ายทั้งคอร์สก่อนตัดสินใจ
ติดตามทุก 2–4 สัปดาห์วัดองค์ประกอบร่างกายซ้ำ ปรับขนาดยาแบบค่อยเป็นค่อยไป (titration) ตามการตอบสนองและผลข้างเคียง ปรับแผนอาหารเมื่อน้ำหนักชะงัก
เสริมด้วยเครื่องปรับรูปร่างเมื่อเหมาะเมื่อน้ำหนักลดแล้ว ใช้ Sculpt Shape รักษาและเพิ่มความกระชับกล้ามเนื้อ Body Firming สำหรับผิวหย่อน และ Cool Shape ในจุดที่ไขมันค้าง
วางแผนระยะคงน้ำหนักลดยาลงอย่างมีขั้นตอน ตั้งเป้าพฤติกรรมระยะยาว และนัดติดตามห่างขึ้นทุก 2–3 เดือน

ยาฉีดกลุ่ม GLP-1 ที่แพทย์อาจพิจารณา

ตัวยา (ชื่อสามัญ)วิธีใช้ผลที่งานวิจัยรายงานข้อสังเกต
ลิรากลูไทด์ (liraglutide)ฉีดใต้ผิวหนังวันละครั้ง เริ่มขนาดต่ำ เพิ่มทุกสัปดาห์ลดน้ำหนักเฉลี่ยราว 5–8% ใน 1 ปีใช้มานาน มีข้อมูลการใช้ระยะยาวมาก ต้องฉีดทุกวัน
เซมากลูไทด์ (semaglutide)ฉีดใต้ผิวหนังสัปดาห์ละครั้ง เพิ่มขนาดทุก 4 สัปดาห์ลดน้ำหนักเฉลี่ยราว 10–15% ใน 68 สัปดาห์สะดวก สัปดาห์ละครั้ง คลื่นไส้ช่วงเพิ่มขนาดพบบ่อย
เทอร์เซพาไทด์ (tirzepatide)ฉีดใต้ผิวหนังสัปดาห์ละครั้ง เพิ่มขนาดทุก 4 สัปดาห์ลดน้ำหนักเฉลี่ยราว 15–20% ใน 72 สัปดาห์ออกฤทธิ์ 2 ตัวรับ (GIP/GLP-1) ค่าใช้จ่ายสูงกว่า
ผลข้างเคียงและข้อห้ามของยากลุ่ม GLP-1

ที่พบบ่อยคือคลื่นไส้ ท้องอืด ท้องผูกหรือท้องเสีย เบื่ออาหาร และอ่อนเพลียในช่วงเพิ่มขนาดยา ส่วนใหญ่ลดลงใน 2–4 สัปดาห์เมื่อปรับช้าๆ และกินมื้อเล็ก ที่ต้องแจ้งแพทย์ทันทีคือปวดท้องรุนแรงร้าวไปหลัง (ตับอ่อนอักเสบ) ปวดใต้ชายโครงขวาหรือตัวเหลือง (นิ่วถุงน้ำดี) อาเจียนจนขาดน้ำ ห้ามใช้ในผู้ที่ตั้งครรภ์ ให้นม หรือวางแผนตั้งครรภ์ใน 2 เดือน มีประวัติตนเองหรือครอบครัวเป็นมะเร็งไทรอยด์ชนิด medullary หรือ MEN2 ตับอ่อนอักเสบ และควรระวังในผู้ที่มีประวัติโรคกินผิดปกติ ยากลุ่มนี้ไม่ใช่ยาลดความอ้วนเพื่อความสวยสำหรับผู้ที่น้ำหนักปกติ และการหยุดยาโดยไม่ปรับพฤติกรรมมักทำให้น้ำหนักกลับขึ้นบางส่วน

สิ่งที่โปรแกรมดูแลเพิ่ม

รักษามวลกล้ามเนื้อ

โปรตีน 1.2–1.6 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน และฝึกแรงต้าน 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อไม่ให้ลดน้ำหนักแล้วเผาผลาญช้า

วิตามินทางหลอดเลือดดำเมื่อจำเป็น

ในช่วงกินได้น้อยจากยา แพทย์อาจให้สารน้ำและวิตามินกลุ่มบีทางหลอดเลือดดำเพื่อลดอ่อนเพลีย ไม่ใช่สูตรลดน้ำหนัก

ยาและโรคที่ทำให้น้ำหนักขึ้น

ทบทวนยาเดิม เช่น ยาจิตเวช สเตียรอยด์ ยาคุม และตรวจไทรอยด์ ภาวะดื้ออินซูลิน PCOS

ราคา

ประเมินรอบแรกและตรวจเลือดเมตาบอลิก
ปรึกษาแพทย์ 60 นาที วัดองค์ประกอบร่างกาย ตรวจเลือดชุดพื้นฐาน แผนอาหารรายบุคคล
[ ]
ติดตามผลต่อครั้ง
วัดองค์ประกอบร่างกาย ปรับยาและแผน ทุก 2–4 สัปดาห์
[ ]
ยาฉีดกลุ่ม GLP-1 ต่อเดือน
ราคาขึ้นกับตัวยาและขนาดที่ใช้ แพทย์แจ้งค่าใช้จ่ายทั้งคอร์สก่อนเริ่ม จ่ายยาเฉพาะผู้ที่เข้าเกณฑ์
[ ]
สารน้ำและวิตามินทางหลอดเลือดดำ
เฉพาะเมื่อแพทย์เห็นว่าจำเป็น
[ ]

เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

ใครได้ยาฉีดลดน้ำหนักบ้าง

ผู้ที่ BMI 30 ขึ้นไป หรือ 27 ขึ้นไปร่วมกับโรคร่วมอย่างเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง หรือหยุดหายใจขณะหลับ และไม่มีข้อห้าม แพทย์จะประเมินและอธิบายก่อน ผู้ที่น้ำหนักปกติแต่อยากผอมลงไม่เข้าเกณฑ์

หยุดยาแล้วน้ำหนักจะกลับขึ้นไหม

มีโอกาสกลับขึ้นบางส่วน งานวิจัยพบว่าหลังหยุดยาน้ำหนักมักกลับขึ้นใน 1 ปีถ้าไม่ปรับพฤติกรรม โปรแกรมจึงเน้นสร้างนิสัยการกินและออกกำลังกายตั้งแต่เริ่ม และลดยาอย่างมีขั้นตอน

ต้องใช้ยานานแค่ไหน

ส่วนใหญ่ใช้ 6–12 เดือนขึ้นไปจึงเห็นผลเต็มที่ และบางรายต้องใช้ระยะยาวในขนาดคงสภาพ แพทย์ประเมินทุก 2–4 สัปดาห์และคุยเรื่องแผนหยุดยาตั้งแต่ต้น

ลดน้ำหนักแล้วหน้าโทรม ผิวหย่อน ทำอย่างไร

เป็นเรื่องที่พบบ่อยเมื่อลดเร็ว โปรแกรมช่วยลดในอัตราที่เหมาะสมและรักษากล้ามเนื้อ ส่วนผิวหน้าและตัวที่หย่อน หมอเก๋ดูแลด้วย RF, HIFU หรือสารกระตุ้นคอลลาเจนได้ตามความเหมาะสม

ซื้อยาฉีดอย่างเดียวได้ไหม

ไม่ได้ ยากลุ่มนี้เป็นยาที่ต้องสั่งโดยแพทย์ ต้องประเมินข้อห้าม ปรับขนาดยาเป็นขั้น และติดตามผลข้างเคียง การใช้ยาจากแหล่งที่ไม่ได้มาตรฐานมีความเสี่ยงทั้งยาปลอมและขนาดยาผิด

ปรึกษาแพทย์ฟรี ไม่มีข้อผูกมัดส่งคำถามทาง LINE ได้แบบส่วนตัว แพทย์จะแนะนำแนวทางที่เหมาะกับคุณที่สุด