ตกแต่งริมฝีปาก

ตกแต่งริมฝีปาก ปากกระจับ ปีกนก หรือลดความหนา แผลซ่อนด้านใน

ปรับทรงและความหนาของริมฝีปากด้วยการผ่าตัดเล็กที่ลงแผลตามแนวขอบปากด้านในหรือรอยต่อเยื่อบุ แผลจึงซ่อนเมื่อหาย ทำด้วยยาชาเฉพาะที่ ใช้เวลาประมาณ 45–90 นาที

ผิวหนังชั้นหนังแท้ชั้นไขมันเจ็ทออกซิเจน
ภาพประกอบเชิงการแพทย์: แนวแผลที่รอยต่อระหว่างเยื่อบุปากกับผิวด้านใน และทรงปากกระจับกับปีกนก

การตกแต่งริมฝีปากคืออะไร

ริมฝีปากที่หนาเกิน ยื่น หรือทรงไม่ชัด ส่งผลต่อสัดส่วนครึ่งล่างของใบหน้ามากกว่าที่คิด การตกแต่งริมฝีปากคือการตัดเยื่อบุด้านในส่วนเกินออกเป็นแถบรูปวงรีหรือรูปทรงที่ออกแบบไว้ แล้วเย็บให้ขอบปากม้วนเข้าหรือยกเป็นทรงที่ต้องการ แผลอยู่ด้านในแนวรอยต่อระหว่างส่วนแดงของปากกับเยื่อบุในปาก เมื่อหายจึงมองไม่เห็นจากด้านนอก ทำได้ทั้งปากบน ปากล่าง หรือทั้งสองข้าง เหมาะกับผู้ที่ปากหนาเกินสัดส่วน ปากล่างยื่นกว่าปากบนชัด หรือต้องการทรงปากที่คมขึ้น ไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นเริมที่ปากบ่อย กำลังมีแผลในปาก หรือมีประวัติคีลอยด์รุนแรง

ทรงที่นิยมและการลดความหนา

รูปแบบลักษณะเหมาะกับ
ปากกระจับปากบนมีแนวโค้งสองยอดชัดที่กลางปาก (Cupid's bow) ปากล่างเต็มกลางและเรียวที่มุมผู้ที่ขอบปากบนแบนไม่มีสัน ต้องการความหวานและละมุน
ปากปีกนกยกมุมปากบนทั้งสองข้างให้โค้งขึ้นคล้ายปีกนก ปากดูยิ้มเล็กน้อยแม้หน้านิ่งผู้ที่มุมปากตก หรือต้องการลุคที่คมและมั่นใจ
ลดความหนา (lip reduction)ตัดเยื่อบุด้านในเป็นแถบวงรี กว้าง 5–10 มม. แล้วเย็บให้ขอบม้วนเข้าปากหนาเกินสัดส่วน ปากล่างยื่น หรือปากบวมหลังฟิลเลอร์ถาวรในอดีต

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

  • ตรวจเลือดพื้นฐานถ้าต้องใช้ยานอนหลับ และแจ้งประวัติเริมที่ปาก แพทย์อาจให้ยาต้านไวรัสล่วงหน้า
  • หยุดยาและอาหารเสริมที่ทำให้เลือดออกง่าย 2 สัปดาห์
  • งดบุหรี่และแอลกอฮอล์ 2 สัปดาห์ เพราะปากเป็นบริเวณที่หายช้าถ้าเลือดไหลเวียนไม่ดี
  • ถ้าเคยฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรแจ้งชนิดและเวลาที่ฉีด

วันผ่าตัด

ออกแบบทรงวาดแนวตัดบนปากขณะหน้านิ่งและยิ้ม วัดความหนาที่จะลด แล้วลงนามยินยอม
ยาชาเฉพาะที่บ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ฉีดยาชาสกัดเส้นประสาทริมฝีปาก ร่วมกับยาคลายกังวลตามต้องการ
ตัดและเย็บตัดเยื่อบุส่วนเกินตามแบบ ห้ามเลือดอย่างประณีต แล้วเย็บด้วยไหมละลายเส้นเล็กให้แนวขอบปากเรียบสมมาตร
กลับบ้านประคบเย็น รับยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด และน้ำยาบ้วนปาก ใช้เวลารวมประมาณ 1–2 ชั่วโมง

การพักฟื้น

วันที่ 1–3บวมมากที่สุดปากบวมราว 2 เท่า พูดและกินลำบาก ดื่มน้ำเย็น กินอาหารเหลวถึงอ่อน ประคบเย็นบ่อยๆ
วันที่ 4–7บวมลดชัดแผลด้านในเริ่มติด บ้วนปากหลังอาหารทุกมื้อ ไหมเริ่มละลาย
สัปดาห์ที่ 2ออกสังคมได้บวมเหลือเล็กน้อย ทาลิปได้เมื่อแผลปิดสนิท ยังงดอาหารร้อนจัดและเผ็ด
เดือนที่ 1–3ทรงสุดท้ายความแข็งตามแนวแผลนิ่มลง ความรู้สึกที่ปากกลับมาปกติ ทรงปากคงที่
ความเสี่ยงและสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์

ความเสี่ยงที่พบได้ ได้แก่ เลือดออก ติดเชื้อ สองข้างไม่สมมาตร ชาหรือรับรสเปลี่ยนชั่วคราว แนวแผลเป็นสันแข็งอยู่หลายสัปดาห์ และเริมกำเริบ ติดต่อคลินิกทันทีหากปากบวมตึงแข็งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วข้างเดียว เลือดซึมไม่หยุด แผลมีหนองหรือกลิ่น มีไข้ หรือมีตุ่มน้ำพองขึ้นรอบปาก

บริการที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

ปากบางอยากให้อิ่มขึ้น ต้องผ่าตัดไหม

ไม่จำเป็น การผ่าตัดเหมาะกับการลดความหนาและปรับทรง ส่วนการเพิ่มความอิ่มทำด้วยฟิลเลอร์ HA หรือฉีดไขมันตัวเองได้ดีกว่า หมอเก๋จะช่วยเลือกให้ตรงกับเป้าหมาย

จะเห็นแผลเป็นไหม

แผลอยู่ที่รอยต่อด้านในของปาก เมื่อหายดีจะมองไม่เห็นเวลาหน้านิ่งหรือพูดคุยปกติ อาจเห็นเป็นเส้นจางเมื่อม้วนปากออกดูใน 1–3 เดือนแรก

ความรู้สึกที่ปากจะเปลี่ยนไหม

ช่วงแรกอาจชาหรือรู้สึกตึงเพราะบวมและเส้นประสาทเล็กที่ผิวถูกตัด ส่วนใหญ่กลับมาปกติใน 4–12 สัปดาห์ การเคลื่อนไหวของปากไม่เปลี่ยนเพราะไม่ได้ยุ่งกับกล้ามเนื้อ

ตัดปากแล้วทรงอยู่นานแค่ไหน

เป็นการตัดเนื้อเยื่อออกจริง ทรงจึงคงอยู่ยาวนาน แต่ริมฝีปากจะบางลงตามอายุและขึ้นกับการสูบบุหรี่หรือแสงแดด แพทย์จึงมักออกแบบให้เหลือความอิ่มไว้เล็กน้อย

ปรึกษาแพทย์ฟรี ไม่มีข้อผูกมัดส่งคำถามทาง LINE ได้แบบส่วนตัว แพทย์จะแนะนำแนวทางที่เหมาะกับคุณที่สุด