Colon Hydrotherapy

ล้างลำไส้ (Colon Hydrotherapy) ระบบปิด น้ำ RO ที่ผ่านการกรอง 45 นาที

การล้างลำไส้ใหญ่ด้วยน้ำอุ่นที่ผ่านการกรองระบบ RO ผ่านอุปกรณ์ระบบปิดแบบใช้แล้วทิ้ง ใช้เวลาประมาณ 45 นาที เหมาะกับผู้ที่ท้องผูกหรือต้องการเริ่มโปรแกรมดีท็อกซ์ โดยแพทย์ประเมินข้อห้ามก่อนทุกราย

ยีนผลเลือด
ภาพประกอบ: ระบบปิดนำน้ำอุ่นเข้าและของเสียออกผ่านท่อแยกคนละเส้น ไม่มีกลิ่นและไม่ต้องลุกเข้าห้องน้ำ

ล้างลำไส้คืออะไร ต่างจากสวนทวารอย่างไร

Colon hydrotherapy คือการนำน้ำอุ่นปริมาณมากเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ทีละน้อยผ่านท่อขนาดเล็ก แล้วปล่อยให้ของเสียไหลออกผ่านท่ออีกเส้นในระบบปิด ต่างจากการสวนทวารด้วยกาแฟหรือสมุนไพรที่บ้าน ซึ่งใช้น้ำเพียง 1–2 ลิตรและถึงลำไส้ส่วนปลายเท่านั้น การล้างลำไส้ที่คลินิกใช้น้ำรวม 20–25 ลิตรตลอดการทำ จึงล้างได้ถึงลำไส้ส่วนต้น น้ำที่ใช้ผ่านการกรองระบบ Reverse Osmosis และควบคุมอุณหภูมิที่ 37–38 องศา อุปกรณ์ส่วนที่สัมผัสร่างกายเป็นชุดใช้แล้วทิ้ง เปิดซองใหม่ต่อหน้าคุณทุกครั้ง

ขั้นตอน 45 นาที

ประเมินและซักประวัติแพทย์หรือพยาบาลสอบถามโรคประจำตัว การผ่าตัดช่องท้อง ยาที่ใช้ และลักษณะการขับถ่าย เพื่อตัดข้อห้าม
เตรียมตัวเปลี่ยนชุด นอนตะแคงบนเตียง ผู้เชี่ยวชาญใส่ท่อขนาดเล็กที่หล่อลื่นแล้วเข้าทางทวารหนักเพียง 3–5 เซนติเมตร
ล้างเป็นรอบน้ำอุ่นเข้าทีละน้อยด้วยแรงดันต่ำ เมื่อรู้สึกตึงจึงปล่อยออก ทำซ้ำหลายรอบ ระหว่างนั้นมีการนวดหน้าท้องเบาๆ เพื่อช่วยให้ของเสียเคลื่อน
เสร็จและพักถอดท่อ เข้าห้องน้ำเพื่อระบายน้ำที่เหลือ แล้วพักดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มเกลือแร่ก่อนกลับ

ผู้ที่อาจได้ประโยชน์

  • ท้องผูกเรื้อรังที่ปรับอาหารและน้ำแล้วยังไม่ดีขึ้น และแพทย์ตรวจแล้วไม่พบสาเหตุที่ต้องรักษา
  • ท้องอืด แน่น รู้สึกถ่ายไม่สุด
  • ต้องการเริ่มโปรแกรมดีท็อกซ์หรือปรับพฤติกรรมการกิน และอยากเริ่มจากความรู้สึกเบาสบาย
  • เตรียมลำไส้ตามคำแนะนำของแพทย์ในบางกรณี
ผู้ที่ไม่ควรทำ

โรคลำไส้อักเสบ (Crohn's, ulcerative colitis) ถุงผนังลำไส้อักเสบ ริดสีดวงที่มีเลือดออกหรือแผลปริที่ทวารหนัก เคยผ่าตัดลำไส้หรือช่องท้องในช่วง 6 เดือน ไส้เลื่อน โรคหัวใจหรือไตที่ควบคุมไม่ได้ ตั้งครรภ์ และผู้ที่มีเลือดออกทางทวารหนักโดยไม่ทราบสาเหตุ กลุ่มหลังควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุก่อน ไม่ควรล้างลำไส้

ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนทำ

การล้างลำไส้ช่วยระบายของเสียที่ค้างอยู่และทำให้รู้สึกเบาสบายในวันนั้น แต่ไม่ได้ขับสารพิษออกจากเลือดหรือตับ ไม่ได้ทำให้ผิวขาวหรือน้ำหนักลดอย่างถาวร และไม่ใช่การรักษาโรค การทำบ่อยเกินไปอาจเสียเกลือแร่และรบกวนจุลินทรีย์ในลำไส้ ส่วนใหญ่แพทย์แนะนำไม่เกิน 1 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วงเริ่มโปรแกรม แล้วเว้นเป็นเดือนละครั้งหรือตามอาการ สิ่งที่ให้ผลระยะยาวจริงคือใยอาหาร น้ำ การเคลื่อนไหว และการนอน ซึ่งแพทย์จะแนะนำควบคู่ไปด้วย

เตรียมตัวและดูแลหลังทำ

ช่วงเวลาคำแนะนำ
1 วันก่อนทำกินอาหารเบาๆ ลดเนื้อแดง ของทอด แป้งขัดสี และแอลกอฮอล์ ดื่มน้ำมากขึ้น
2 ชั่วโมงก่อนทำงดอาหารมื้อหนัก ดื่มน้ำได้
หลังทำวันนั้นดื่มน้ำและเกลือแร่ กินอาหารย่อยง่าย โพรไบโอติกส์ตามแพทย์แนะนำ อาจถ่ายเหลวเล็กน้อย 1–2 ครั้ง
สัปดาห์ถัดไปเพิ่มใยอาหารจากผัก ผลไม้ ธัญพืช เดินหรือออกกำลังเบาๆ สังเกตการขับถ่าย

บริการที่เกี่ยวข้อง

ราคา

ล้างลำไส้ 1 ครั้ง
ประเมินก่อนทำ อุปกรณ์ใช้แล้วทิ้ง น้ำ RO 45 นาที เครื่องดื่มเกลือแร่หลังทำ
[ ]
โปรแกรมดีท็อกซ์ (ล้างลำไส้ + IV Vitamin)
ทำในวันเดียวกัน พร้อมคำแนะนำอาหาร 7 วัน
[ ]
คอร์ส 3 ครั้ง
ห่างกันอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ตามคำแนะนำของแพทย์
[ ]

คำถามที่พบบ่อย

เจ็บหรืออายไหม

ส่วนใหญ่ไม่เจ็บ รู้สึกตึงหน้าท้องเป็นช่วงๆ เหมือนปวดถ่าย ทำในห้องส่วนตัว มีผ้าคลุมตลอด และระบบปิดไม่มีกลิ่น ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้หญิงหากต้องการ แจ้งได้ตอนนัด

ทำบ่อยแค่ไหน

ไม่ควรเกินสัปดาห์ละครั้งในช่วงเริ่มโปรแกรม แล้วเว้นเป็นเดือนละครั้งหรือตามอาการ การทำบ่อยเกินไปอาจเสียเกลือแร่และรบกวนจุลินทรีย์ในลำไส้

ล้างลำไส้ช่วยลดน้ำหนักไหม

น้ำหนักที่ลดในวันนั้นมาจากของเสียและน้ำ ไม่ใช่ไขมัน การลดน้ำหนักระยะยาวต้องปรับอาหารและการใช้พลังงาน ซึ่งโปรแกรมควบคุมน้ำหนักของคลินิกดูแลเรื่องนี้โดยตรง

ทำแล้วจุลินทรีย์ดีในลำไส้หายไปไหม

ส่วนหนึ่งถูกชะล้างไปด้วย แต่ร่างกายสร้างคืนได้เมื่อกินใยอาหารและโพรไบโอติกส์ตามคำแนะนำ และนี่คือเหตุผลที่ไม่ควรทำถี่เกินไป

ปรึกษาแพทย์ฟรี ไม่มีข้อผูกมัดส่งคำถามทาง LINE ได้แบบส่วนตัว แพทย์จะแนะนำแนวทางที่เหมาะกับคุณที่สุด