PRP

PRP ฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น ฟื้นฟูผิวหน้าและบำรุงหนังศีรษะ โดยแพทย์

PRP (Platelet-Rich Plasma) คือพลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้นจากเลือดของตนเอง อุดมด้วย growth factor ที่กระตุ้นการซ่อมแซมผิวและรากผม ใช้ฟื้นฟูผิวหมอง รอยสิว และผมบางระยะต้น ไม่ใช้สารจากภายนอก

PlasmaPRPRBC
ภาพประกอบ: หลอดเลือดหลังปั่นแยกเป็น 3 ชั้น เม็ดเลือดแดงด้านล่าง เกล็ดเลือดเข้มข้นตรงกลาง และพลาสมาด้านบน

PRP คืออะไร ทำอะไรได้

ในเลือดมีเกล็ดเลือดซึ่งเก็บ growth factor หลายชนิด เช่น PDGF, TGF-β, VEGF, EGF ที่ร่างกายใช้ซ่อมแซมเนื้อเยื่อเมื่อเกิดแผล การเจาะเลือด 10–20 มล. แล้วปั่นแยกจะได้พลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้นกว่าเลือดปกติ 3–5 เท่า เมื่อฉีดกลับเข้าชั้นผิวหรือหนังศีรษะ growth factor จะกระตุ้นให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์สร้างคอลลาเจน เพิ่มการไหลเวียนของเลือด และยืดระยะการเจริญของเส้นผม ผลที่ได้คือผิวสว่างขึ้น เรียบขึ้น รอยสิวตื้นลง และผมบางน้อยลงในรายที่รากผมยังไม่ฝ่อ PRP ไม่ได้เติมปริมาตรและไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนฟิลเลอร์หรือสารลดริ้วรอยได้

ขั้นตอนในวันทำ

เจาะเลือดจากแขน 10–20 มล.ใส่หลอดเฉพาะที่มีสารกันเลือดแข็งและเจลแยกชั้น ควรดื่มน้ำมากๆ และทานอาหารก่อนมาเพื่อให้เจาะเลือดง่าย
ปั่นแยก 10–15 นาทีเครื่องปั่นเหวี่ยงแยกเม็ดเลือดแดงออก เหลือพลาสมาและเกล็ดเลือดเข้มข้น ได้ PRP ประมาณ 4–8 มล. ระหว่างนี้ทายาชาที่ใบหน้าหรือหนังศีรษะ
ฉีดโดยแพทย์ใบหน้าฉีดเป็นจุดตื้นๆ ทั่วหน้าหรือเน้นรอยสิว ใต้ตา และรอยคล้ำ หนังศีรษะฉีดห่างกัน 1–1.5 ซม. ทั่วบริเวณผมบาง ใช้เวลา 20–30 นาที
ฉายแสง LED (โปรแกรม PRP-LED)ต่อด้วย LED สีแดงและใกล้อินฟราเรด 15–20 นาที ช่วยลดรอยแดง เพิ่มการทำงานของเซลล์ และเสริมผลของ growth factor

ใช้กับอะไร

ผิวหน้าหมอง เหนื่อยล้า

ผิวสว่างและเรียบขึ้นหลัง 2–3 ครั้ง เหมาะกับผู้ไม่ต้องการสารสังเคราะห์

รอยสิว หลุมสิวตื้น

ทำร่วมกับ fractional laser หรือ microneedling จะช่วยให้ผิวสมานเร็วและผลดีขึ้น

ใต้ตาคล้ำ ผิวบาง

ปรับคุณภาพผิวใต้ตาที่ฟิลเลอร์ไม่เหมาะ ผลค่อยเป็นค่อยไป

ผมบาง ผมร่วงระยะต้น

ชะลอการร่วงและเพิ่มความหนาเส้นผมในรายที่รากผมยังอยู่ ใช้ร่วมกับยาและเลเซอร์ หรือหลังปลูกผมเพื่อให้กราฟติดดีขึ้น

ตำแหน่งอื่น

คอ หลังมือ เนินอก และผิวแตกลาย ผลเรื่องความเรียบของผิว

โปรแกรมที่แนะนำ

เป้าหมายจำนวนครั้งระยะห่างดูแลต่อ
ฟื้นฟูผิวหน้า3 ครั้งทุก 4 สัปดาห์ทุก 3–6 เดือน
รอยสิว ร่วมกับเลเซอร์3–4 ครั้งทุก 4–6 สัปดาห์ตามแผนรักษาสิว
หนังศีรษะ ผมบาง3–4 ครั้งทุก 4 สัปดาห์ทุก 3–6 เดือน
หลังปลูกผม1–3 ครั้งวันผ่าตัด แล้วเดือนที่ 1 และ 3ตามแพทย์

หลังทำ

วันที่ 0–1แดง บวมเล็กน้อยเหมือนผิวไหม้แดดอ่อนๆ หนังศีรษะอาจตึง งดสระผม 12 ชั่วโมง งดแต่งหน้า 1 วัน
วันที่ 2–5รอยช้ำจุดเล็กจางทำงานได้ปกติ งดเลเซอร์และสครับ 1 สัปดาห์
สัปดาห์ที่ 3–4ผิวเริ่มกระจ่างผิวดูสดขึ้น นัดครั้งที่ 2
เดือนที่ 3–4ผลผมชัดขึ้นผมร่วงน้อยลงและมีผมเส้นเล็กขึ้นใหม่ในรายที่ตอบสนอง ประเมินด้วยการถ่ายภาพเทียบ
ข้อจำกัดและผู้ที่ไม่ควรทำ

PRP ผลค่อยเป็นค่อยไปและขึ้นกับคุณภาพเกล็ดเลือดของแต่ละคน ผู้สูบบุหรี่ นอนน้อย หรือมีโรคประจำตัวอาจเห็นผลน้อยกว่า ไม่เหมาะกับหลุมสิวลึก ร่องลึก หรือศีรษะล้านที่รากผมฝ่อแล้ว ซึ่งควรดูเลเซอร์ ฟิลเลอร์ หรือปลูกผมแทน ไม่ทำในผู้ที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ โรคเลือด มะเร็งที่กำลังรักษา การติดเชื้อในกระแสเลือด ใช้ยาละลายลิ่มเลือด ตั้งครรภ์ หรือมีโลหิตจางรุนแรง ผลข้างเคียงที่พบคือรอยแดง ช้ำ และปวดตื้อๆ 1–2 วัน แพ้ไม่พบเพราะเป็นเลือดตนเอง แต่การติดเชื้อที่จุดฉีดเกิดได้หากดูแลไม่สะอาด

บริการที่เกี่ยวข้อง

ราคา

PRP ใบหน้า 1 ครั้ง
เจาะเลือด ปั่นแยก ฉีดทั่วหน้า ยาชา
[ ]
PRP หนังศีรษะ 1 ครั้ง
เจาะเลือด ปั่นแยก ฉีดทั่วบริเวณผมบาง
[ ]
โปรแกรม PRP-LED
PRP ร่วมกับฉายแสง LED หลังฉีด
เริ่มต้น 15,000 บาท

คำถามที่พบบ่อย

PRP ปลูกผมแทนการปลูกผมได้ไหม

ไม่ได้ PRP ช่วยให้รากผมที่ยังมีอยู่แข็งแรงและชะลอการร่วง แต่ไม่สร้างรากผมใหม่ในบริเวณที่ล้านแล้ว บริเวณนั้นต้องปลูกผม

ทำกี่ครั้งถึงเห็นผล

ส่วนใหญ่เริ่มเห็นผิวสดขึ้นหลังครั้งที่ 2 ผลเรื่องรอยสิวและผมเห็นชัดที่ 3–4 เดือนหลังเริ่ม จึงแนะนำ 3 ครั้งเป็นอย่างน้อย

เจ็บไหม

เจาะเลือดเหมือนตรวจสุขภาพ ฉีดหลังทายาชารู้สึกเป็นจุดๆ หนังศีรษะเจ็บกว่าใบหน้าเล็กน้อย แพทย์ใช้เครื่องสั่นหรือเย็นช่วยลดความรู้สึก

ทำร่วมกับฟิลเลอร์หรือสารลดริ้วรอยได้ไหม

ได้ คนละชั้นคนละวัตถุประสงค์ แพทย์มักฉีดสารลดริ้วรอยและฟิลเลอร์ก่อน แล้วทำ PRP ในนัดถัดไปหรือวันเดียวกันโดยเว้นตำแหน่ง

ปรึกษาแพทย์ฟรี ไม่มีข้อผูกมัดส่งคำถามทาง LINE ได้แบบส่วนตัว แพทย์จะแนะนำแนวทางที่เหมาะกับคุณที่สุด